เกร็ดความรู้เรื่องกระเป๋าเดินทาง



เกร็ดความรู้เรื่องกระเป๋าเดินทาง

          กระเป๋าเดินทางที่คุณซื้อก็ไม่ใช่ว่าจะราคาถูกๆเลยใช่มั้ยล่ะคะ ถ้าชำรุดหรือเสียหายไปก็คง  
น่าเสียดายไม่น้อย บางคนคิดที่จะใช้อย่างเดียวแต่ไม่ยอมที่จะบำรุงรักษาหรือบางคนเก็บไว้
ไม่ยอมนำมาใช้บ้างเลยก็อาจทำให้กระเป๋าหมดอายุการใช้งานเร็วเกินควร เพราะฉะนั้น เรามาทำ
ความรู้จักกระเป๋าเดินทางคู่ใจของเรากันดีกว่าค่ะ
 ขนาดของกระเป๋าเดินทาง      
         เลือกขนาดของกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสมกับสิ่งของที่จะใส่และระยะเวลาที่เราจะไปเที่ยว 
 แน่นอนากระเป๋าใบใหญ่จะเหมาะกับการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลานาน เพราะสามารถจุของได้มาก 
 หากเดินทางประมาณ 1-3 วัน ควรเลือกใช้กระเป๋าขนาด 18-20” เดินทางประมาณ 4-6 วัน ควร
 เลือกใช้กระเป๋า 24” เดินทางประมาณ 7-10 วัน ควรเลือกใช้กระเป๋า 28”
วัสดุของกระเป๋าเดินทาง  
      วัสดุของกระเป๋าเดินทาง หากแบ่งกระเป๋าเดินทางออกตามวัสดุที่ผลิต  
จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
       – กระเป๋าเดินทางประเภทอ่อน (Soft Case) ผลิตจากวัสดุผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมไนล่อน 
   ข้อดี : กระเป๋ามีความเบาและยืดหยุ่น สามารถใส่ลงไปในช่องเก็บสัมภาระที่แคบและจำกัดได้ 
และยังเหมาะมากสำหรับผู้ที่รักการช้อปปิ้งหรือมีเสื้อผ้าสิ่งของเยอะมากๆ เพราะกระเป๋าสามารถ
ยืดหยุ่นและเพิ่มพื้นที่ความจุได้มากขึ้น นอกจากนี้บางรุ่นยังผลิตจากผ้าที่สามารถกันน้ำได้ด้วย
   ข้อเสีย : ป้องกันการกระแทกได้น้อยกว่าแบบแข็ง และอาจฉีกขาดได้หากทำมาจากวัสดุที่
คุณภาพไม่ดีพอ บางรุ่นไม่สามารถกันน้ำได้
 
       – กระเป๋าเดินทางประเภทแข็ง (Hard Case) ผลิตจากวัสดุพลาสติก ส่วนมากเป็น 
โพลีคอร์บอเนต (PC)และอะคริโลไนไตรล์-บิวทาไดอีน-สไตรีน (ABS)
   ข้อดี : มีความแข็งแรงทนทาน มีโครงสร้างกันกระแทก กระเป๋าเดินทางบางรุ่นมีการผลิตจากวัสดุ
พิเศษที่ทำให้กระเป๋ามีน้ำหนักเบาแต่ยังคงทนแข็งแรง ทำให้ของภายในไม่เสียทรงหรือเสียหายหาก
เกินแรงกดทับหรือการกระแทกแรงๆ สามารถกันน้ำได้ และยังสามารถป้องกันขโมยด้ระดับหนึ่ง
เพราะกรีดเปิดได้ยาก
   ข้อเสีย : กระเป๋าเดินทางประเภทนี้ไม่สามารถยืดหยุ่นได้ จึงยากต่อการเก็บ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน
หรือในรถ และไม่เหมาะกับคนที่มีของเยอะ เพราะกระเป๋าจะแข็ง ไม่สามารถยืดหยุ่นเพิ่มพื้นที่ได้ 
นอกจากนี้หากกระเป๋าทำมาจากวัสดุที่คุณภาพไม่ดีหรือถูกมากๆ ก็อาจจะแตกได้